นวัตกรรม จะต้องเกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นกับวงการเท่านั้น โดย ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุง พัฒนาหรือต่อยอดนวัตกรรมเหล่านั้นให้ดีขึ้นแต่อย่างใด เช่นนวัตกรรมด้านหลอดไฟฟ้า ที่ยึดถือต้นแบบหลอดไฟฟ้าของ Edison มาไม่ต่ำกว่า 16 ปี เป็นต้น
นวัตกรรมควรเป็นการสนใจในรายละเอียดปลีกย่อย ทีละส่วนประกอบ มากกว่าจะเป็นการมองนวัตกรรมในภาพรวม
นวัตกรรมจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่ได้ให้ความสนใจในความสัมพันธ์ระหว่างกันแต่อย่างใด
เราสามารถจัดการกับนวัตกรรมได้หรือไม่?
เป็นการยากที่จะมีผู้ใดสามารถที่จะสามารถชี้ชัดได้ว่า นวัตกรรมเป็นสิ่งที่สำคัญมากขึ้นและมากขึ้นทุกๆขณะในอนาคตอันใกล้นี้ และด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า แล้วเราจะจัดการกับนวัตกรรมที่มีความยุ่งยากซับซ้อน และมีความไม่แน่นอนนี้ ได้หรือไม่
เนื่องจากความสำเร็จ เป็นสิ่งที่ไม่ใช่จะได้กันมาง่ายๆ ซึ่งในความเป็นจริงมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะสามารถจัดการกับบางสิ่งบางอย่างที่มีทั้งความซับซ้อนและความไม่แน่นอนได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในการพัฒนา และขัดเกลาความรู้พื้นฐานใหม่ๆ ปัญหาในการแปลงความคิดไปสู่ผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการใหม่ ปัญหาในการชักจูงให้คนอื่นๆ มาสนับสนุนและยอมรับในนวัตกรรม หรือแม้แต่ปัญหาในการสร้างความยอมรับในระยะยาวเป็นต้น
ที่เป็นเช่นนี้ เพราะว่าผู้คนต่างมีพื้นฐานทางความคิดที่หลากหลาย มีภาระหน้าที่รับผิดชอบที่แตกต่างกัน รวมไปถึงมีจุดมุ่งหมายของตนเองที่แตกต่างกันด้วย ดังนั้นขอบเขตของความคิดเห็นหรือความขัดแย้งย่อมมีขนาดที่กว้างมากขึ้นเช่นกัน
ถึงแม้ว่าจะมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นในกระบวนการทางนวัตกรรมก็ตาม แต่ก็ยังพอที่จะหาแนวทางไปสู่ความสำเร็จของนวัตกรรมได้ เพราะไม่จำเป็นเสมอไปว่านวัตกรรมทุกๆอย่างจะล้มเหลวไปเสียหมด แต่สิ่งที่หลายๆองค์กร (หรือบุคคล) ได้จากการทำนวัตกรรมเสมอ ก็คือการเรียนรู้และเข้าใจในแนวทางการจัดการกับกระบวนการดังกล่าวนั่นเอง คำว่าการจัดการในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการกำหนดรูปแบบหรือการปฏิบัติในขั้นตอนที่สลับซับซ้อนแต่อย่างใด แต่ใช้เป็นการใช้สัญชาตญาณของการคาดการณ์ เพื่อสร้างหนทางให้องค์กรสามารถเผชิญสิ่งท้าทายไปสู่ความสำเร็จ ภายใต้ความท้าทายในความไม่แน่นอนเหล่านั้นได้
สิ่งบ่งชี้อย่างหนึ่งถึงความสำเร็จของสัญชาตญาณดังที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้จากองค์กรที่ยังสามารถดำเนินงานได้จวบจนปัจจุบัน บางองค์กรก็ผ่านมาเกือบร้อยปี บางองค์กรก็หลายร้อยปี ไม่ว่าจะเป็นบริษัท 3M, Corning, Procter & Gamble, Reuters, Siemens, Philips และ Roll-Royce เป็นต้น ซึ่งเราจะเห็นความสามารถในการพัฒนานวัตกรรมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพวกเขาสามารถเรียนรู้ได้ว่าควรจะบริหารจัดการกับกระบวนการทางนวัตกรรมในทุกรูปแบบ (ทั้งทำให้ดีขึ้น - Do Better และ ทำให้แตกต่าง - Do difference) ได้อย่างไรนอกจากนี้ยังมีสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจ ก็คือความแตกต่างระหว่างการบริหารและผู้บริหาร ซึ่งเราจะไม่ได้สนใจในประเด็นที่ว่าใครคือผู้ที่ต้องตัดสินใจ หรือใครคือผู้สั่งการ แต่จะมุ่งเน้นในสิ่งที่ควรจะต้องกระทำมากกว่า
อ้างอิงจาก http://www.vcharkarn.com/varticle/40735





